ตัวอย่างหนัง Iron Man 3

เรื่องย่อ

มันเป็นความยอดเยี่ยมสำหรับเพื่อการประสานความเป็นหนังซูเปอร์วีรบุรุษที่ครอบคลุมทุกแง่ มุม ที่เว้นแต่แอ็คชั่นสุดสนุกแล้ว ยังมีคำพูดตลกที่เข้ามาอย่างเหมาะสมถูกทาง ความรักที่ภาคนี้หนังถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งนี้ ปมในชีวิตของผู้แสดงนำชายที่ไม่ได้มีความแตกต่างจากคนทั่วๆไป รวมถึงเรื่องราวที่มีสลับซับซ้อน เข้มข้น รวมทั้งย้อนยอกในตัว ซึ่งทั้งปวงเป็นส่วนประกอบที่ถูกเอามาเขย่าเข้าด้วยกันจนกระทั่งออกมาเป็น Iron Man 3 ที่ (บางทีอาจจะกล่าวได้ว่า มันเป็นภาคที่ดีเยี่ยมที่สุดในบรรดาหนัง Iron Man หรือบรรดาหนังซูเปอร์วีรบุรุษของ Marvel ทั้่งหมด!

Iron Man 3 เล่าชีวิตที่งงมากของ โทนี่ สตาร์ก (โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์มหาเศรษฐีอัจฉริยะลักษณะท่าทางเพลย์บอย แต่ว่าภายหลังจากศึกที่นิวยอร์กทำให้เขากำเนิดความหวาดกลัวว่าเขาจะสามารถคุ้มครองปกป้องเขา รักได้ไหม จนกระทั่งกำเนิดเป็นความเครียดท้ายที่สุดเขาใช้เวลาหมกมุ่นกับการผลิตชุดเกราะแบบใหม่เพื่อเขาเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น แม้กระนั้นโน่นกลับทำให้ความข้องเกี่ยวระหว่างเขารวมทั้ง เพพเพอร์ พ็อตส์ (กวินเน็ธ พอลโทรว์) มีปัญหา?

จนกระทั่งวันหนึ่งโลกก็ได้เจอหน้ากับ แมนดาริน (เบน คิงส์ลี่ย์) ศัตรูคนใหม่จุดหมายมั่นกำจัดเขา ในช่วงเวลาที่บุคคลในอดีตกาลที่เขาลืมไปและก็กลับมาเจอเขาอีกที อัลดริช คิลมัน (กาย เพียร์ซ) แล้วก็ มายา แฮบวงสรวง (รีเบคก้า ฮอลล์กับเทคโนโลยีเอ็กทรีมิสที่บางทีอาจเปลี่ยนเค้าหน้าของโลกนี้!

ศาสนาเชน กางล็ค จากคนสายเขียนบทภาพยนตร์ (จริงๆก็เคยส่งผลการงานควบคุมมาก่อนหนึ่งเรื่องก็คือ Kiss Kiss Bang Bang?ผลงานเมื่อปี 2005 ซึ่ง โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ นำแสดงได้ช่องมารับหน้าที่ควบคุม Iron Man ภาค นี้ แทน จอน?แฟฟโรว์ ได้นำแนวทางการเล่าเรื่องใหม่ๆมาให้กับหนังแนวซูเปอร์วีรบุรุษ รวมทั้งภาค นี้ จะเน้นย้ำไปที่การสำรวจความนึกคิดและก็จิตใจของโทนี่สตาร์

ลักษณะท่าทางของ โทนี่ สตาร์ก ใน ภาคก่อนหน้าที่ผ่านมา รวมทั้ง The Avengers ดูเหมือนจะเป็นคนชิวๆฉลาดหลักแหลมปรับปรุงเหตุการณ์ ขึ้หลี ยียวนกวนใจ ที่มาพร้อมถ้อยคำเชื้อเชิญหมั่นไส้กระทั่งพวกเราบางทีอาจลืมไปว่า โทนี่ สตาร์ก ก็คือคนเดินดินที่มีเจ็บ มีกลัว มีความรู้สึกกังวลใจ รวมทั้งในภาค ก็เล่นกับหัวข้อนี้อย่างมาก ซึ่งโน่นทำให้พวกเราสามารถสนิทสนมกับผู้แสดงตัวนี้มากขึ้นไปอีกเมื่อประกอบกับ การแสดงของ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ที่เข้าถึงหน้าที่นี้ นำมาซึ่งการทำให้ โทนี่สตาร์ก เป็นตัวละครที่น่าจำที่สุดอีกตัวหนึ่งในโลกภาพยนตร์!

จุดขายอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญของแฟรนไชส์ Iron Man ทุกภาค ที่ชนะใจเด็กรวมทั้งคนแก่ที่ถูกใจอะไรล้ำก็คือชุดเกราะ Iron Man! ซึ่งภาคนี้กล่าวได้ว่าเรื่องราวส่งเต็มๆจากชุดเกราะแบบที่ ใน The Avengers มาสู่แบบที่ 42 ในภาคนี้ซึ่งเทคโนโลยีได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เป็นสามารถควบคุมชุดเกราะได้โดยไม่ต้องมีคนใส่อยู่ภายใน รวมทั้งยังคงทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจได้ทุกหนกับการใส่ชุดเกราะที่ดีไซน์มาได้ มีเสน่ห์ ขบขัน แล้วก็ฉลาดมากจริงๆ

หากแม้ภาค นี้จะมีเรื่องมีราวราวที่ออกจะสลับซับซ้อนรวมทั้งเป็นจริงเป็นจัง ที่ดูเหมือนให้เวลากับการชี้แจงในเนื้อหาต่างๆแม้กระนั้นมันกลับมิได้ส่งผลทำให้ฉากแอ็คชั่นในเรื่องลดลงไป ตรงข้าม Iron Man 3 เป็นภาคที่มีฉากแอ็คชั่นสูงที่สุดไม่ว่าจะเป็นฉากกระหน่ำที่พักของโทนี่กระทั่งพังทลายพิทาฉากช่วยเหลือผู้โดยสารจากเรือบินเครื่องปรับอากาศฟอร์ซวัน ฉากโทนี่แอบหนีจากการควบคุมตัวของคนร้าย แล้วก็ฉากแอ็คชั่นท้ายที่สุด ฉากท่าเรือที่เป็นการขนชุดเกราะทั้่ง 42 ชุดออกมาฝ่ากับคนร้ายซึ่งทั้งสิ้นทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ นำวัตถุดิบที่มีในเรื่องอีกทั้งเทคโนโลยีเอ็กทรีมิส การควบคุมชุดเกราะแบบใหม่ รวมถึงท่าทางของโทนี่ สตาร์ก มาประสานจนถึงกำเนิดเป็นฉากแอ็คชั่นที่ฉลาด ที่นอกเหนือจากการที่จะสนุกสนานตื่นเต้นยังเปี่ยมอารมณ์ขันตามแบบฉบับของ?Iron Man อีกด้วย

ภาพยนตร์ Iron Man แต่ละภาค จะมีส่วนผสมของหนังแนวสืบสวนเข้าไปด้วย ซึ่งการสอบสวนก็จะเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ความฉลาดของดารานำชายบวกกับความรู้ความเข้าใจ ของซูเปอร์คอมพิวเตอร์อย่างจาร์วิส อันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของหนังชุดนี้ ซึ่งภาคนี้ก็ยังมีอยู่รวมทั้งดูเหมือนยกให้สะดุดตามากเพิ่มขึ้น กับดนตรีประกอบที่ไม่ได้ต่างอะไรจากหนังสายไม่ว่าจะเป็นการไต่สวนเรื่องระเบิด หาแหล่งซ่อนตัวของแมนดาริน รวมทั้งฉากที่โทนี่จำต้องบุกคนเดียวไปแหล่งซ่อนตัวของแมนดาริน ยิ่งทำให้ Iron Man มีความเป็นหนังสายมากขึ้นเรื่อยๆไปอีก!

อย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องราวเกี่ยวกับความสับสนในจิตใจของผู้แสดงนำชายแล้วก็เรื่องราวของคนร้ายภาคนี้ที่เต็มไปด้วยความย้อนยอกและก็เรื่องเซอร์ไพรซ์ตลอดแต่ในส่วนของการเดินเรื่องกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่มองขัดแล้วก็ง่ายสุดๆไปนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการที่ โทนี่ สตาร์ก ได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนพอเหมาะพอเจาะและก็บังเอิญแบบไร้เหตุผลกระทั่งเกินความจำเป็นแม้กระนั้นมันก็ทดแทนด้วยความเกี่ยวข้องของลูกผู้ชายต่างอายุที่ถ่ายทอดออกได้ติดใจ พอเหมาะพอควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *